seo กับกับทํา google adwords แตกต่างกัน

ในปัจจุบันธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทอะไรก็ตามต่างก็มีจุดมุ่งหมายในการทำการตลาดในโลกออนไลน์กันแล้วทั้งนั้น โลกออนไลน์เป็นเสมือนกับท้องทะเลผืนใหม่ที่มีเหล่าปลาน้อยใหญ่วนเวียนว่ายอยู่ เพียงแต่นักธุรกิจที่มองออกมองเป็นย่อมจะสามารถเลือกเหวี่ยงแหได้ถูกจุดและได้ปลาฝูงใหญ่มาครอบครอง การทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจและสินค้าลงในโลกออนไลน์ เป็นความท้าทายของเหล่านักโฆษณานักการตลาด เพราะเนื่องจากเป็นกลยุทธใหม่ที่ต้องใช้วิธีการใหม่ การทันเกมเป็นสามารถเกิดความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดวินาทีต่อวินาที ในขณะเดียวกันมูลค่าของผลลัพที่จะได้มาซึ่งกำไรก็อาจจะมากมายมหาศาลเกินกว่าจะนับ การตลาดในโลกออนไลนืที่มุ่งเน้ให้ผู้คนค้นพบและรู้จัก เข้าไปใช้บริการอุดหนุนสินค่าด้วยวิธีการเสริชหาข้อมูลจากเสริขเอนจิ้นอย่างกูเกิ้ล เป็นกลยุทธการตลาดที่ได้รับความนิยมที่สุดในขณะที้ เพราะผู้คนเมื่อต้องการข้อมูลอะไรก็มีพฤติกรรมที่จะเสริชหาดูจากกูเกิ้ลทุกอย่างครอบจักรวาล การเล่นกับโฆษณาในกูเกิ้ลมีอยุ๋ 2 รุ)แบบก็คือ การทำ SEO และ Google adwords

 

แม้ว่าทั้ง SEO กับ Google words จะมีความเหมือนกันอยู่บ้างแต่ทั้งสองอย่างก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ข้อแตกต่างระหว่าง SEO กับ GooGle words มีดังนี้

  1. 1 Adwords จะสามารถทำการเปลี่ยน Text ได้ตลอดเวลาทุกเมื่อที่ต้องการไม่ต้องรอ แต่ SEO ถ้าต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหาจะต้องหายไปจากหน้าจอโดยใช้เวลาการเปลี่ยนประมาณ 1 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำถึงจะปรากฎที่เปลี่ยนไปแล้วนั้นขึ้นมา
  2. 2 ค่าใช้จ่ายของ words จะจ่ายก็ต่อเมื่อมีคนคลิกเข้าไปดูในโฆษณาเรียกได้ว่าเป็นการจ่ายที่สมเหตุสมผลกับประโยชน์ที่จะได้รับ แต่ SEO มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจะต้องจ่ายทันทีก่อนไม่ว่าจะได้ผลมากน้อยหรือไม่
  3. 3 Words จ่ายเงินให้กับกูเกิ้ลโดยตรง แต่ SEO จะต้องจ่ายเงินให้กับผู้รับทำ SEO
  4. 4 SEO มีค่าใช้จ่ายตายตัวแต่ Words เราไม่สามารถคาดค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้าอาจมากหรือน้อยกว่าก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
  5. 5 SEO จะมีอันดับคีย์เวิร์ดที่ทำให้ถูกเลื่อนขึ้นลงในอันดับหน้าเว็บเสริชอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับคู่แข็งรายอื่น ๆ ไม่ได้อยู่ในจุดที่ควบคุมได้เสมอไป และในทุก ๆ 6-10 เดือนจะมีการปรับอันดับโดยกูเกิ้ล นั่นก็ทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่าเราจะได้รับการจัดอันดับมาอยู่อันดับบน ๆ อย่างที่ต้องการหกรือไม่
  6. 6 SEO ไม่ว่าอย่างไรก็ได้รับประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์สินค้าอย่างง่าย ๆ
  7.      ในเมื่อทั้งสองอย่างต่างมีข้อดีและเสียต่างกันไป จะเลือกใช้เครื่องมือใดในการโฆษณาก็คงต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการวิเคราะห์ของผู้บริหารธุรกิจนั่นเอง